กฎหมายและระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มีสาระสำคัญดังนี้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
1.1. โฆษณาจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดสภาพ คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการส่งมอบ หรือจัดหา หรือการใช้สินค้าหรือบริการ (มาตรา 22) ข้อความดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม
1.1.1. ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
1.1.2. ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม
1.1.3. ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ
1.1.4. ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน
1.1.5. ข้อความอย่างอื่นที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค (กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2526) และฉบับที่ 5 (พ.ศ.2534)
1.1.6. ข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ใช้ หรืออ้างอิงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งได้กระทำไปโดยไม่ได้รับ พระบรมราชานุญาต พระราชานุญาต หรืออนุญาต แล้วแต่กรณี ทั้งนี้เว้นแต่
1.1.6.1. ข้อความโฆษณาที่ว่าได้รับเหรียญ ใบสำคัญ คู่มือ ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายอื่นใดที่ได้เป็นรางวัลในการแสดงหรือประกวดสินค้าหรือบริการที่ได้รับจากพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
1.1.6.2. ข้อความโฆษณาว่าได้รับพระบรมราชานุญาตในการประกอบธุรกิจ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราแผ่นดิน หรือได้รับพระราชทานตราตั้ง
1.1.6.3. ข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการ ซึ่งรวมอยู่กับข้อความที่ถวายพระพร หรือข้อความอย่างอื่นที่อ้างอิงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยมิได้แสดงให้เห็นว่าข้อความส่วนที่เป็นการโฆษณาสินค้าหรือบริการนั้น แยกออกต่างหากจากข้อความที่ถวายพระพร หรือข้อความอย่างอื่นดังกล่าวข้างต้น
1.1.6.4. ข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ระบุ หรือประกาศว่าผู้ประกอบธุรกิจจะจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค ก่อนที่ผู้ประกอบธุรกิจนั้นได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน
1.1.6.5. ข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ระบุ หรือประกาศว่าผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการพนันแล้ว หรือข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ระบุหรือประกาศว่าผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการประกวดชิงรางวัล โดยข้อความโฆษณาดังกล่าวมิได้ระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.1.6.5.1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข หรือข้อกำหนดในการเสี่ยงโชค หรือในการประกวดชิงรางวัล
1.1.6.5.2. วันเดือนปีที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของการจัดให้มีการเสี่ยงโชคหรือการประกวดชิงรางวัล เว้นแต่กรณีที่เป็นการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ ข้อความโฆษณาที่กำหนดระยะเวลาเริ่มต้นของการเสี่ยงโชคหรือการประกวดชิงรางวัลนั้นจะให้ปรากฏในส่วนที่เป็นภาพหรือในส่วนที่เป็นเสียงอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ แต่ข้อความโฆษณาที่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดนั้นจะต้องให้ปรากฏทั้งในส่วนที่เป็นภาพและส่วนที่เป็นเสียง
1.1.6.5.3. ประเภทและลักษณะของของแถมพกหรือรางวัล จำนวนและมูลค่าของของแถมพกหรือรางวัลแต่ละสิ่ง หรือมูลค่ารวมในแต่ละประเภท เว้นแต่กรณีที่การโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ ผู้ประกอบธุรกิจจะไม่ระบุมูลค่าของของแถมพก หรือรางวัลแต่ละสิ่งหรือ มูลค่ารวมในแต่ละประเภทก็ได้ แต่ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องระบุมูลค่าของของแถมพก หรือรางวัลทุกประเภทไว้แทน ในกรณีที่สิ่งซึ่งจัดเป็นของแถมหรือสิทธิหรือประโยชน์โดยให้เปล่านั้น เป็นสิ่งซึ่งมีมูลค่าที่ผู้บริโภคอาจทราบได้โดยทั่วไป และข้อความโฆษณานั้นได้แสดงให้ผู้บริโภคทราบถึงประเภทและลักษณะของของแถม สิทธิหรือประโยชน์ โดยให้เปล่าไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจจะไม่ระบุมูลค่าของของแถม สิทธิหรือประโยชน์โดยให้เปล่านั้นไว้ก็ได้
1.1.6.5.4. เขตหรือถิ่นที่จัดให้มีการให้ของแถม ให้สิทธิหรือประโยชน์โดยให้เปล่า เว้นแต่กรณีที่เป็นการจัดให้มีขึ้นทั่วราชอาณาจักร
1.1.6.5.5. สถานที่ที่กำหนดไว้ให้ผู้บริโภคมารับของแถมหรือสิทธิหรือประโยชน์โดยให้เปล่า เว้นแต่
ก. กรณีที่จัดให้มีการรับของแถม สิทธิหรือประโยชน์ ณ ร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายสินค้านั้นทั่วไปทุกแห่ง หรือ
ข. กรณีที่เป็นการให้ของแถมโดยการติดของแถมไว้กับสินค้าในลักษณะที่ผู้บริโภคสามารถเห็นของแถมนั้นได้อยู่แล้ว หรือโดยการบรรจุของแถมไว้ในหีบห่อของสินค้านั้น และได้ระบุข้อความไว้ที่หีบห่อบรรจุสินค้านั้น ว่าได้จัดให้มีการให้ของแถมโดยให้เปล่ากับการขายสินค้านั้นแล้ว" ข้อความที่ใช้ในการโฆษณาที่บุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ว่า เป็นข้อความที่ไม่อาจเป็นความจริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความที่ต้องห้ามในการโฆษณาตาม (1.1)
1.2 การโฆษณาจะต้องไม่กระทำด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ หรืออันอาจก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้บริโภค (ม.23)
กฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 ข้อความ ภาพยนตร์ หรือภาพนิ่งที่ใช้ในการโฆษณาสินค้าและบริการธุรกิจที่จะออกโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ จะต้องมีลักษณะดังนี้ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี หรือไม่ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างคนในชาติ หรือไม่กระทบกระเทือนต่อสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ (ข้อ 21(3)) ไม่หยาบคาย หรือเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม หรือทับถมบุคคลอื่นหรือสินค้าและบริการธุรกิจอื่น ไม่ว่าเป็นสินค้าและบริการธุรกิจชนิดหรือประเภทเดียวกันหรือไม่ (ข้อ 21(7)) ไม่เป็นข้อความสองแง่สองง่ามที่มีความหมายหยาบคาย หรือเป็นภาพหรือข้อความที่ยั่วยุกามารมณ์ (ข้อ 21(8)) ไม่เป็นการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของสินค้าและบริการธุรกิจอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง (ข้อ 21(5)) ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกหวาดเสียวหรือตกใจแก่ผู้ฟังและผู้ชมโดยทั่วไป (ข้อ 21(9) น้ำเสียงในการพูดโฆษณาหรือเสียงที่ใช้ประกอบต้องสุภาพ (ข้อ 21(6) ห้ามโฆษณาสินค้าและบริการธุรกิจที่ขัดต่อศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย หรือก่อให้เกิดภาพพจน์ไปในทางลามกอนาจาร (ข้อ 21(2)) ห้ามอ้างชื่อบุคคลหรือสิ่งซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนเพื่อประโยชน์ในการโฆษณา (ข้อ 21(1))
การนำเด็กมาใช้โฆษณาและบริการธุรกิจ จะต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของเด็กทั้งร่างกาย และจิตใจ รวมทั้งไม่ขัดต่อศีลธรรม วัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของประเทศชาติ โดยเน้นในทางสร้างสรร และมีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ (ข้อ 23) ห้ามมิให้นำเด็กมาแสดงเป็นผู้เสนอ หรือแนะนำสินค้า หรือบริการธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยตรง หรือในสิ่งที่เด็กด้วยกันไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยตนเอง เว้นแต่การนำเด็กมาแสดงเป็นตัวประกอบในลักษณะที่เหมาะสมเท่านั้น ห้ามมิให้นำเด็กมาแสดงในการโฆษณาสินค้า หรือบริการธุรกิจ ประเภทเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เจือปนทุกชนิด เช่น เบียร์ ไวน์ สุรา เป็นต้น ห้ามมิให้นำเด็กมาแสดงเกี่ยวกับการใช้สินค้าหรือบริการธุรกิจประเภทที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น ของมีคม ไม้ขีดไฟ ก๊าซ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องยนต์กลไกต่าง ๆ ห้ามมิให้นำเด็กมาแสดงในการโฆษณาสินค้าหรือบริการธุรกิจเกี่ยวกับการชิงโชคและการพนันทุกประเภท ห้ามมิให้นำเด็กมาแสดงในการโฆษณาสินค้าหรือบริการธุรกิจ ในลักษณะที่จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเป็นปมด้อยหากมิได้มีหรือใช้สินค้านั้น หรือหากมีหรือใช้สินค้านั้นแล้วเด็กจะมีปมเด่นและมีลักษณะเป็นการดูหมิ่นเด็กอื่นที่ไม่มีสินค้านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น